|
เปิดกลยุทธ์ธุรกิจรับสร้างบ้าน ฉีกดีไซน์ขยายฐานลูกค้า
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ: วันที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4025
นับวันภาพยิ่งชัดมากขึ้น จากเดิมที่บริษัทรับสร้างบ้านส่วนใหญ่มักมุ่งจับกลุ่มลุกค้าเพียง เซ็กเมนต์เดียวหรือออกแบบสร้างบ้านในสไตล์ที่ตัวเองถนัด ด้วยเหตุผลว่าการสร้างบ้านเป็นงานผลิตตามสั่งซึ่งต้องอาศัย ความละเอียดอ่อน การขยายตลาดใน รูปแบบการสร้างบ้านทุกสไตล์ ทุกเซ็กเมนต์ครบวงจรจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ถึงวันนี้มีหลายบริษัทที่ทลายกรอบความคิดนี้ด้วยการทดลองเปิดตลาดบ้าน ในสไตล์อื่นๆ ที่ไม่เคยทำตลาดมาก่อน เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ การแตกไลน์ธุรกิจจัดตั้งบริษัทในเครือเพื่อจับตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ หรือรองรับงานสร้างบ้านในรูปแบบโฮมออฟฟิศ 3-4 ชั้น ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
กับประเด็นนี้ "พันธุ์เทพ ทานชิติกุล" นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านให้ความเห็นว่า การเปิดตลาดแบบบ้านใหม่หรือ เซ็กเมนต์ใหม่ๆ คงต้องขึ้นอยู่กับนโยบายและความพร้อมของแต่ละบริษัท แต่ถ้า มองเชื่อมโยงไปถึงภาวะเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์ชะลอตัวอาจทำให้แต่ละบริษัทต้องเร่งขยายตลาดใหม่เพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้น
หรือบ้าน 3 ชั้น ก็เชื่อว่าจะได้รับ ความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลคือนับวันที่ดินในเมืองยิ่งมีราคาสูงขึ้นและการใช้ ประโยชน์ที่ดินก็ถูกจำกัดจากข้อบังคับผังเมือง ดังนั้นถ้าเป็นการสร้างบ้านหลังใหม่ทดแทนหลังเก่าบนที่ดิน แบบบ้าน 3 ชั้นมักเป็นตัวเลือกที่ลูกค้าต้องการ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้เทียบเท่ากับบ้าน 2 ชั้น
"ยิ่งตอนนี้ราคาน้ำมันแพงเชื่อว่าคนจะกลับเข้ามาอยู่อาศัยในเมืองมากขึ้น ไม่แน่ว่าอนาคตแบบบ้าน 3 ชั้น อาจไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มเป็น 4 ชั้น เปรียบเทียบราคาแล้วการสร้างบ้าน 3 ชั้น แพงกว่าบ้าน 2 ชั้น แต่ถ้าเทียบราคาต่อชั้นแล้วจะถูกลง เช่น สร้างบ้าน 2 ชั้น ราคา 2 ล้านบาท แต่ถ้าเป็นบ้าน 3 ชั้น ราคาอาจเพิ่มเป็น 2.8 ล้านบาท"
จากสำรวจของ "ประชาชาติธุรกิจ" พบว่ากระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มี เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากแม้แต่ "โฟร์พัฒนา" พี่เอื้อยรายหนึ่งในวงการ รับสร้างบ้าน เวลานี้ก็ยังเข้ามาเปิดตลาดแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นในรูปแบบที่ หลากหลาย เพื่อขยายตลาดมาจับกลุ่ม ลูกค้าอายุระหว่าง 35-45 ปี จากเดิมลูกค้ามีอายุเฉลี่ย 40-45 ปีขึ้นไป
โดยเพิ่งเปิดตัวบ้านรุ่นใหม่ 4 แบบ อาทิ สไตล์ Simply&Modern (เรียบง่ายแต่ ทันสมัย) สไตล์ Modern Zen (ผสานผสานตะวันตกกับตะวันออก) สไตล์ New Authent (แปลกใหม่ทันสมัย) เป็นบ้านที่มีรูปทรงทันสมัยมากขึ้น บางแบบมีดีไซน์ โค้งมนต่างจากแบบบ้านโฟร์พัฒนาที่ผ่านมา ซึ่งไม่หวือหวามากนัก
ขณะที่บริษัทในเครืออย่าง "โฟร์ ดีเวลอปเฮ้าส์" ซึ่งเจาะตลาดรับสร้างบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท ได้หันมาพัฒนาแบบบ้าน 3 ชั้นรุ่นใหม่ๆ ออกมามากขึ้น นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยพัฒนาเป็นแบบ "โฮมออฟฟิศ" เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี
เช่นเดียวกับ "ซีคอน" ที่เปิดตัวแบบบ้าน "เดอะแบงคอค โมเดิร์น" ออกมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ หลังจากพบว่าสถิติของลูกค้ามีอายุลดลงนับตั้งแต่ปี 2547 จากเดิม กลุ่มใหญ่คือข้าราชการอายุ 55 ปีขึ้นไป แต่ระยะหลังมีลูกค้าอายุ 28-35 ปีเข้ามาเพิ่มขึ้น
ถือเป็นการเพิ่มสไตล์บ้านจากแนว คอมเท็มโพรารี่ (ร่วมสมัย) มาเป็นแนวโมเดิร์นรองรับกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 35 ปี ลบภาพแบบบ้านที่ดูเป็นกล่องๆ ให้มี "มิติ" มากขึ้น ซึ่งมีทั้งแบบบ้าน 2 และ 3 ชั้น อาทิ แบบบ้าน 3 ชั้น รุ่น Trio (ทริโอ) 3 รุ่น Moma (โมม่า) ซึ่งทั้ง 2 แบบถือเป็นพระเอกในบ้านสไตล์นี้ที่ได้รับการตอบรับดี และส่งผลให้ซีคอนมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่เพิ่มจาก 5% เป็น 15%
หรืออย่างบริษัท "อยุธยารับสร้างบ้าน" ที่ชำนาญการสร้างแนวไทยประยุกต์และ โอเรียนทอล ก็ยังต้องมีแบบบ้านรุ่นสาทร ที่เป็นแนวผสมผสานระหว่างโมเดิร์นกับ ทรงไทย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความหลากหลาย
เช่นเดียวกับ "แลนดี้โฮม" ที่ไม่ได้เน้นหนักการทำตลาดแบบบ้าน 3 ชั้นมากนัก เร็วๆ นี้เตรียมเปิดตัวแบบบ้าน 3 ชั้นรุ่นใหม่ รองรับกลุ่มลูกค้าคนเมือง
ถือเป็นการขยับตัวธุรกิจรับสร้างบ้านเพื่อขยายตลาดให้หลากหลายมากขึ้น
|