โจนส์ แลงเผยตลาดอสังหาฯ 9 เดือนแรก เดินหน้าต่อเนื่อง
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ: วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ในช่วงสิ้นปี 2550 มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2551 มีแนวโน้มว่าจะปรับตัวดีขึ้นหลังมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช แต่ในเวลาต่อมาสภาพเศรษฐกิจโดยรวมกลับไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เนื่องจากความไม่สงบทางการเมือง วิกฤตการณ์ราคาน้ำมัน และภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ ในช่วงตลอด 9 เดือนของปีนี้ ยังสามารถดำเนินต่อไปได้
โดยพบว่าอุปสงค์ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ในขณะที่การก่อสร้างโครงการใหม่ๆ ยังคงดำเนินต่อ ตามการรายงานจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ โจนส์ แลง ลาซาลล์
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "แม้จะมีความผันผวนทางการเมืองในประเทศไทยและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ ในช่วงตลอดสามไตรมาสแรกของปียังคงดำเนินต่อไปได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโดยของประเทศและตลาดอสังหาริมทรัพย์สามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยกระทบจากภายนอกและภายใน"
ในภาคธุรกิจอาคารสำนักงาน อุปสงค์ส่งสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2550 โดยพบว่าเริ่มมีกิจกรรมการเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานเพิ่มมากขึ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทในภาคธุรกิจต่างๆ ที่เคยชะลอแผนการขยายธุรกิจเอาไว้ในปีที่แล้ว ตัดสินใจดำเนินแผนการขยายธุรกิจต่อ เพื่อให้สามารถรองรับโอกาสทางธุรกิจที่ยังคงมีอยู่ และอีกเหตุผลหนึ่งได้แก่การที่บริษัทต่างๆ ซึ่งเป็นผู้เช่าอาคารสำนักงาน ต่างเร่งแสวงหาโอกาสจากภาวะที่ตลาดอาคารสำนักงานมีค่าเช่าปรับตัวลดลง โดยบางบริษัทได้ตัดสินใจขยายสำนักงาน ในขณะที่บางบริษัทตัดสินใจย้ายไปยังอาคารสำนักงานที่ใหม่กว่า
ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์การค้า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกส่งผลเสียต่อตลาดในขณะที่มีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การประกาศ พรก ฉุกเฉินโดยรัฐบาลชุดที่ผ่านมาในช่วงต้นเดือนกันยายน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต่างยกเลิกแผนการเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมาก ไม่เฉพาะแต่กับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจศูนย์การค้าด้วย โดยเฉพาะศูนย์การค้าที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าหลัก
อย่างไรก็ดี ผลกระทบดังกล่าวเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น นอกจากนี้ การที่ศูนย์การค้าของกรุงเทพฯ โดยรวมแล้วยังมีปริมาณพื้นที่การค้าให้เช่าไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ประกอบการค้าปลีก โดยเฉพาะศูนย์การค้าชั้นดีมีพื้นที่การค้าเหลือเช่าเฉลี่ยไม่ถึง 10%
ดังนั้น ค่าเช่าพื้นที่ในโครงการศูนย์การค้าจึงยังคงสามารถปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อย ส่วนศูนย์การค้าชุมชน หรือ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเน้นขายสินค้าบริการที่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน ได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากสภาพเศรษฐกิจ
ในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียม แม้ความไม่สงบทางการเมืองยังดำเนินอยู่ อัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมแล้วความต้องการในตลาดคอนโดมิเนียมยังคงมีอยู่ในเกณฑ์ดี โดยโครงการที่สร้างเสร็จแล้วมียอดขายเฉลี่ยเกือบ 100% ส่วนโครงการที่เปิดขายก่อนเริ่มก่อสร้างหรือที่ยังสร้างไม่เสร็จ มียอดขายรวมเฉลี่ยกว่า 75%
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า โครงการที่เปิดตัวใหม่บางโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อและมีการตั้งราคาที่ไม่สูงมากนัก สามารถขายหมดได้ภายในเวลาเพียงเดือนเดียวหลังเปิดการขาย อาทิ โครงการโนเบิล รีวีล (256 ยูนิต) โครงการไอดีโอ คิว พญาไท (476 ยูนิต) และราชวิถี ซิตี้ รีสอร์ท (169 ยูนิต) ซึ่งโครงการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการของผู้ซื้อไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ
นางสุพินท์กล่าวว่า อุปสงค์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์จะขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมเป็นสำคัญ ซึ่งจนถึงขณะนี้ แนวโน้มทางเศรษฐกิจยังคงมีความคลุมเครือ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังคงมีปัจจัยท้ายต่างๆ รุมเร้า ปัจจัยสำคัญภายนอกได้แก่ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีทิศทางปรับตัวแย่ลง โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ในตลาดการเงินของอเมริกาและยุโรป ซึ่งจะบั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนปัจจัยสำคัญภายใน แม้จะเพิ่งมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้น แต่การเมืองยังคงขาดเสถียรภาพ และการประท้วงยังคงดำเนินอยู่
แนวโน้มของเศรษฐกิจไทยและตลาดอสังหาริมทรัพย์สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2551 จะขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่ในการจัดการกับความท้าทายต่างๆ ดังกล่าวได้สำเร็จมากน้อยเพียงใดเป็นสำคัญ